IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

ประวัติข้อมูลส่วนบุคคล
ภาพของสมาชิก
เรตติ้ง
 
ตัวเลือกเพิ่มเติม
ตัวเลือกเพิ่มเติม
บันทึกย่อ
punlop ไม่มีบันทึกย่อ.
ประวัติและข้อมูล
punlop
นักเตะชุดสำรอง
ไม่สามารถบอกอายุได้
ยังไม่ได้ระบุเพศ
ยังไม่ได้เพิ่มข้อมูลที่อยู่
ยังไม่ได้ระบุวันเกิด
ความสนใจ
ไม่มีข้อมูล
ข้อมูลการใช้งานเว็บบอร์ด
วันที่สมัครสมาชิก : 25-12-07
มีสมาชิกเข้ามาดูประวัติ(ครั้ง) : 801*
การกระทำครั้งสุดท้าย : วันนี้, 07:02
เวลาตามท้องถิ่น : May 26 2019, 20:39
4,334 โพสต์ (1.04 โพสต์ต่อวัน)
ช่องทางการติดต่อสื่อสาร
AIM ไม่มีข้อมูล
Yahoo ไม่มีข้อมูล
ICQ ไม่มีข้อมูล
MSN ไม่มีข้อมูล
Contact ไม่มีข้อมูล
* ข้อมูลในหน้าประวัติจะอัพเดตทุกๆ 1 ชั่วโมง

punlop

vip เอฟเวอร์โตเนี่ยน

*******


หัวข้อ
โพสต์
คอมเมนต์
เพื่อน
รายการ
เหน็ดเหนื่อยกับงานมาตลอดสองสัปดาห์

แทบไม่ได้ดูบอลหรือแสดงความคิดเห็นอะไรเลยในช่วงที่ผ่านมา

วันนี้ คิดว่าคงพอแล้วที่จะ เลิกบ้างานสักที

คงไม่ถึงกับเลิกบ้างาน เพียงแต่คิดว่าจะ พักสมอง มันซะบ้าง

ไม่งั้นคงเครียดตาย

ต้องขอโทษพี่น้องทุกคนด้วย

ที่เคยสัญญาว่าจะเขียนบทความลงในเวป

หลังผ่านสิบนัดไปแล้ว

นี่ก็นัดที่สิบเอ็ดแล้ว

ยังไม่ได้เขียนสักที

ฮา



เคยคิดว่า ผมไม่ค่อยจะตั้งความหวังอะไรเท่าไหร่นักในยุคนี้ของ มาร์โก้ ซิลวา

ประกอบกับผลงานที่เหลวเป๋วในฤดูกาลที่แล้ว

วิสัยน์ทัศน์ต่างๆของ โมชิรี่ ผมเก็บเข้ากระเป๋า ไม่คิดจะตั้งความหวังอะไรกับมันมากนักในฤดูกาลนี้

ถึงมามี การมาร่วมทัพของ มาร์แชล แบรนด์ ที่ถือได้ว่าเป็นการกุมบังเหียนที่สำคัญที่คอยกำหนดทิศทางต่างๆของสโมสรเราในภายภาคหน้า

การรับไม้ต่อทั้ง แบรนด์ และ ซิลวา จาก วอลซ์ และ บิ๊กแซม ผมเองก็ไม่ได้ตั้งความหวังอะไรเท่าไหร่นัก

แต่สิบนัดผ่านไปแล้วนี่สิ ทำให้ผมเองกลับต้องมาคิดใหม่อีกครั้งกับการมาปรากฎตัวของคนทั้งสอง

อันดับในตารางของเราตอนนี้ อยู่แค่อันดับ 9

มันยังไม่ถึงมาตรฐานที่ คูมันน์ เคยทำเอาไว้เมื่อสองปีก่อน

แต่ถือได้ว่า เป็นอันดับที่พวกเราต้องยอมรับ ถึงการที่ลุกขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ล้มอย่างไม่เป็นท่าเมื่อปีที่แล้ว

อะไรที่ผมได้สัมผัสถึงบ้าง ในฤดูกาลที่เพิ่งจะเริ่มต้น?

ประการแรก ความไม่รีบร้อนที่จะเสริมทัพ จัดแต่งขุมกำลังกันใหม่หลังจากที่ล้มเหลวในฤดูกาลก่อน


ฤดูกาลนี้ เราเสริมทัพด้วยจำนวนนักเตะที่ไม่น้อยไปกว่าฤดูกาลที่แล้ว

แต่จะต่างกันด้วย คนที่เลือกนักเตะมาเข้าทีม เหมือนจะมีบทเรียนและได้ข้อสรุปที่ลงตัวกว่าทีมงานในฤดูกาลก่อน

รายละเอียด ผมคงไม่ต้องพูดถึง

หลายคนคงได้ยลโฉมไปแล้ว เผลอๆอาจจะมากกว่าผมซะอีก

นี่แหละ คือก้าวใหม่ที่น่าคิด น่าติดตาม

ผลงานของ วอลซ์ ในอดีตสองปีที่อยู่กับเรา

จะว่าเหลว มันก็อาจจะเกินไปหน่อย

เพียงแต่ในห้วงเวลาที่ วอลซ์ อยู่กับเรา มันคือช่วงเวลาที่ค่อนข้างเร่งรีบจากเจ้าของเงิน

เหมือนกับว่า โลกมันจะแตกในวันพรุ่งนี้ ต้องรีบสร้างทีมให้ประสบผลสำเร็จก่อนที่โลกมันจะแตกไปซะก่อน

ผลที่ตามมา มันก็คือ............

อาการที่เราเรียกว่า ผิดสำแดงกับเงินทุนที่เจ้าของเงินให้บริโภค

มาฤดูกาลนี้ล่ะ?

แบรนด์ อาจจะต้องขอบคุณความล้มเหลวของบทเรียนปีที่แล้วของทีมงานเก่าที่เหลือเอาไว้เป็นอนุสรณ์สถานไว้ให้

รวมถึงตัว ซิลวา ที่ได้เห็นการตกผลึกของนักเตะที่เราได้กวาดต้อนเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง แต่หาประโยชน์อันใดได้ไม่

นี่คือการนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง หลังจากที่สิบกว่าปีก่อน มอยส์ และ เคนไรท์ เคยร่วมกันก่อร่างสร้างทีมจากศูนย์นับตั้งแต่การปลด วอลเตอร์ สมิธออกไป

เพียงแต่ว่า ในพศนี้ เรามีเงินให้เริ่มนับหนึ่งใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ไม่เหมือนกับการก่ออิฐด้วยความยากลำบากอย่างเช่นในยุคของ มอยส์

นี่คือการสร้างทีมแบบใหม่ ที่เราคงจะต้องลืมคิดไปถึงการดันเอานักเตะเยาวชนแบบในอดีตขึ้นมาเป็นตัวหลักเหมือนกับอดีตที่ผ่านมา

หากเราต้องการที่จะประสบความสำเร็จที่จับต้องได้ในอนาคตอันใกล้


ประการที่สอง

มาร์โก้ ซิลวา คือคนที่ ใช่ สำหรับเรามั๊ย?

ผมคงยังไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนี้

คำถามในตัวผมเกี่ยวกับ ซิลวา มันยังคงอยู่ในใจผมมาตลอด

แต่หากวันใดวันหนึ่ง เกิดว่า ซิลวา พิสูจน์แล้วว่าเขาไม่ใช่คนที่จะพาเราก้าวไปข้างหน้าได้

อย่างน้อยๆ รากฐานสิบกว่านัดที่เขาสร้างไว้ให้กับเรา

คนที่จะมาสานต่อ ทำงานได้ต่ออย่างราบรื่นแน่ๆ

อะไรทำให้ผมมั่นใจเช่นนั้น



หากเอารายชื่อสิบเอ็ดคนตัวจริงที่เห็นอยู่ในปัจจุบันมากางดู

มันคือสิบตัวจริงที่พร้อมพอสมควรที่จะเดินหน้าไปต่อ

นับว่า เร็ว นะครับ สำหรับทีมที่ล้มอย่างไม่เป็นท่าในปีกลาย

แล้วกลับมาเล่นได้อย่างมั่นใจมากขึ้นในฤดูกาลถัดมา

อันนี้ ผมให้ ผ่าน

แต่มัน ผ่าน เหมือนกับที่ คูมันน์ รับไม้ต่อความล้มเหลวของ มาร์ตี้

มัน ผ่าน แต่ยังไม่การันตีอะไรแน่นอนนักสำหรับระยะยาว

แต่หากว่า เรายังมี มาร์แชล แบรนด์ ซึ่งถือได้ว่า เป็นอยู่อยู่เบื้องหลังอะไรหลายอย่างในฤดุกาลนี้

ผมค่อนข้าง มั่นใจว่า เขาผู้นี้คงมีบทบาทอะไรในระยะยาวจริง หากจะถามถึงเรื่องความสำเร็จที่จับต้องได้

อะไรที่ทำให้ผมมั่นใจว่า แบรนด์ คือคนที่จับต้องได้แบบนั้น?

บทสัมภาษณ์ที่ผมพอจะจำได้ ที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้หลังเข้ารับตำแหน่ง

โมชิรี่ เคยถามเขาว่า มีวิธีการใดบ้างที่จะทำให้เอฟเวอร์ตันคือยอดทีมที่จะเบียดอันดับพื้นที่ ชปล หรือมากกว่านั้น?

คำตอบจาก แบรนด์ ที่ทำให้โมชิรี่กลับมามองถึงโลกแห่งความเป็นจริงก็คือ.............

ฟุตบอลอังกฤษในพศนี้ มันคือการแข่งขันที่สูงลิบ

และเอฟเวอร์ตัน คือทีมที่ยังอยู่ห่างไกลจากจุดที่ โมชิรี่ คาดหวังไว้

อันนี้ผมไม่ทราบนะครับว่า โมชิรี่ ถามในฐานะเจ้าของเงินที่ไม่รู้อะไรเลยในเรื่องโลกของฟุตบอล หรือ ถามเพียงต้องการให้ แบรนด์ แสดงวิสัยน์ทัศน์ที่โมชิรี่อยากจะรู้

แต่มันเป็นคำตอบที่ผมฟังแล้ว เออ..................

ค่อยเป็นผู้เป็นคนหน่อย ไม่ใช่ทาสเงินที่คอยประจบสอพลอเจ้านายเพื่อหวังลาบยศหรือการเอาตัวรอดในโลกทุนนิยม

ครับ ไม่หวังกับ ซิลวา ก็หวังกับ แบรนด์ ก็พอฝากผีฝากไข้ได้

สมมตินะครับว่า ซิลวา เกิดต้องเดินจากทีมเราไปในเงื่อนไขอะไรสักอย่างในอนาคต

ผมว่า แบรนด์ นี่แหละที่จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในวันนั้นที่จะเป็นผู้กำหนด คาร์แลคเตอร์หรือคนที่จะมารับงานต่อจาก ซิลวา


ประการที่สาม

ทีมสปิริทล่ะ?

สิ่งที่ผมพร่ำบอกมาตลอดว่าคือ หัวใจ ของทีมเรามาตลอด

อันนี้เดายาก

ทีมเราที่พังในช่วงปลายของ มาร์ตี้ หรือช่วงปลายของ คูมันน์

ก็เพราะเรื่องนี้แหละ

แล้วผมก็นึกอะไรไม่ออกเหมือนกันว่า..................

ในยุคที่ โมชิรี่ เข้ามาเป็นเจ้าของทีมแบบนี้

คำว่า สปิริท มันจะกลับมามั๊ย?

เงินมันจะซื้อคำว่า สปิริท ได้มั๊ย?

แต่หากจะเทียบเคียงกับบรรดาทีมบิ๊กๆที่เหนือกว่าเราเรื่อง ทีมสปิริท ที่ว่า

มันเหมือนกับ ไก่กับไข่

อะไรมันจะเกิดก่อนก็ได้

ทั้งสองสิ่งคือสิ่งที่จะจรรโลงเกื้อกูลกันไปเรื่อยๆตามสมดุลย์แห่งช่วงเวลา

ฟังแล้วเข้าใจยากนะ

จะยกตัวอย่างทีมอย่าง เชลซี เงินมี สปิริทมา


ผีแดง

ความสำเร็จคือรากฐานแห่งสปิริท

ปืนใหญ่ ร้างความสำเร็จ ร้างสปิริท

เรือใบ เงินซื้อแม่งได้ทุกอย่าง ทั้งสปิริท ทั้งความสำเร็จ

บาร์ซ่า รากเหง้า ประเพณี ความสำเร็จ สปิริท มาพร้อมๆกันหมด

เอฟเวอร์ตัน ในยุค มอยส์ล่ะ?

การให้โอกาสของ เคนไรท์ คือสิ่งที่ทำให้ มอยส์ สร้างสปิริทในทีมได้สำเร็จ


มันอาจจะเร็วไปนัก ที่จะชี้ชัดเรื่องสปิริทในทีมที่เหมือนจะตั้งเค้าตั้งไข่อีกครั้งในยุคแบรนด์และซิลวา

หากทำมันได้

เลสเตอร์คือโมเดลที่ทำให้เห็นแล้วว่า เส้นตรงสามเส้น ทั้ง เจ้าของเงิน กุนซือ และผู้อำนวยการกีฬา ที่ตัดตรงจุดเดียวกัน คือกุญแจแห่งความสำเร็จ



ผม ในฐานะแฟนบอลแก่ๆคนนึง

คงทำได้แค่เอาใจช่วย ให้ทีมกลับมาสู่ทิศทางที่ผมเองก็เดาไม่ถูกว่ามันจะเป็นอะไรได้ในอนาคต

แต่ถ้าตราบใดที่ผมยังไม่ได้ตายจากไปไหน ผมก็จะกลับมาบอกเล่าถึงทีมเชียร์ผมต่อไปเรื่อยๆในอนาคต

จบ แค่นี้


เศร้า ผิดหวัง ตกรอบหมดแล้ว

ไม่เป็นรัย

กลับมาเริ่มต้นกันใหม่

เริ่มจากเสาร์นี้เลย

เจอ สมาคมมวยโลก



สู้โว๊ยยยยยย
เชื่อว่าหลายคนคงจะมีคำถามในใจอยู่ไม่น้อย ถึงนักเตะผิวสีผู้นี้

เหตุการณ์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มันสร้างความฉงนงงงวยเกี่ยวกับที่มาที่ไปและอนาคตว่ามันจะลงเอยอย่างไร


ก่อนที่เราจะว่ากันถึงคำถามที่ว่า นิอัส จะยังมีโอกาสที่จะได้ลงเล่นบ้างมั๊ย หรือ สุดท้ายจะได้ย้ายไปร่วมหอลงโลงกับทีมใด?

เราลองมาย้อนดูอดีตที่มาที่ไป ก่อนที่จะลองมองไปยังอนาคตของนักเตะผู้นี้กันก่อนนะครับ



ส่วนตัวผมเอง ไม่ได้มีอคติอะไรกับนักเตะคนนี้นะ

เพียงแต่ลองลำดับเหตุการณ์ต่างๆดูแล้ว

นิอัส มาอยู่กับเราเมื่อตลาดเปิดเดือนมกราปี 2016

ผมก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือในเวลานั้นยอมให้สโมสรจ่ายเงิน 13 ล้านปอนด์พร้อมค่าจ้าง 50000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เพื่อนำนักเตะคนนี้เข้าสโมสร

หลังจากนั้นจำได้ว่า นิอัส จะได้ลงเล่นเพียงแค่นัดหรือสองนัดเท่านั้น ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดูไม่สมค่าตัวเอาซะเลย

ซึ่ง มาร์ตี้ เองได้กล่าวภายหลังจากที่ นิอัส ได้โชว์ฟอร์มไม่เอาอ่าวไว้ว่า

"นิอัส จะพร้อมเล่นให้เอฟเวอร์ตันในฤดูกาลหน้า เขามีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยและต้องการเรียกความฟิตและการปรับตัว"

แต่สุดท้าย มาร์ตี้ ก็อยู่ไม่ถึงที่จะพิสูจน์คำพูดของตัวเอง


เมื่อ คูมันน์ เข้ามารับหน้าที่แทน มาร์ตี้ ในฤดุกาลที่แล้ว

นัดแรกของช่วงพรีซีซั่น นิอัส ซึ่งอยู่ในทีมมากว่า 6 เดือนแล้วได้ลงสนามอุ่นเครื่องเป็นนัดแรก

ซึ่งก็เหมือน ฟ้าผ่า ลงมาพร้อมคำสั่งที่ดูหฤโหด การไล่ให้ไปหาทีมใหม่ การยึดล๊อคเกอร์ พร้อมกับให้ลงไปเล่นกับทีมเยาวชน

ทั้งๆที่ได้เห็นฟอร์มการเล่นจริงแค่นัดเดียว

มันเกิดอะไรขึ้น?


เป็นงัยบ้างครับพี่น้อง

ผลงานนัดแรกผ่านไปแล้วรวมถึงเกมพรีซีซั่นที่ผ่านสายตาพวกเราไปแล้วพร้อมกับผลงานของนักเตะใหม่ที่ป้อนเข้ามาสู่ทีมเรา

คิดเห็นเป็นยังงัยกันบ้าง?


ในมุมมองผมเอง หลายอย่างยังไม่พร้อมนักสักทีเดียวกับทีมใหม่ของคูมันน์ที่เริ่มต้นการซื้อนักเตะเข้ามาอย่างเป็นกิจลักษณะ

แถมยังชอบลองของจัดตัวแบบแปลกๆในระบบหลังสามคนที่คูมันน์พิศวาสเป็นส่วนตัวและแสดงให้เห็นมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว

แต่สุดท้าย ทีมเราก็ยังไม่แพ้นะครับจนถึงนาทีนี้

แต่มันอาจจะเล่นด้วยฟอร์มที่ไม่ค่อยจะเนียนตามากเท่าไรนัก ถึงกับมั่วๆด้วยซ้ำไปในบางจังหวะจะโคนการการแข่งขัน

ความเห็นส่วนตัวผมเอง

เรามีนักเตะที่ซ้ำตำแหน่งกันมากเกินไป

แล้วบางที นักเตะที่ซ้ำตำแหน่งกันนั้น ตัวคูมันน์เองก็พยายามจะจัดสรรให้มันลงเล่นพร้อมๆกันในแผนการเล่นที่ดูแล้วแปลกๆ

ทอม เดวิส กับ โดมินิค ที่ต้องไปยืนในตำแหน่งวิงแบ๊คฝั่งขวาที่ตัวเองไม่คุ้นเคยในแท็คติกหลังสามคน


หรือจะเป็นการยืนตำแหน่งที่ทับซ้อนกันของ รูน กับ คลาเซ่น ในยามที่ตัวเป้ากองหน้าเราไม่ชัดเจนหลังจากเสีย รอม ไป

แถมมาด้วยการไม่ลงตัวของผู้เล่นฝั่งขวา ยามที่เราต้องเสีย โคลแมน ไปแบบระยะยาว

ก็ต้องเป็นหน้าที่ของคูมันน์ละครับ ที่ต้องรีบหาความลงตัวให้เร็วที่สุด เพราะปีนี้แฟนๆคงคาดหวังอะไรกับทีมเป็นพิเศษอย่างเลี่ยงไม่ได้



ความเห็นผมคนเดียว

ทีมๆนี้ของคูมันน์ น่าจะในแบบหลังสี่ตัวจะดีที่สุด

ไมเคิล คีน พิสูจน์ตัวเองในเบื้องต้นแล้ว ว่าเข้าคือคนที่ ใช่ ที่จะมาทดแทนในตำแหน่งของ วิลเลี่ยม หรือ จ๊าก ที่ร่วงโรยลงไป

แต่การจัดระเบียบแนวรับของทีม ก็ไม่จำเป็นต้องอัดกองหลังสามคนลงไปเพื่อเน้นเกมรับแต่อย่างไร

ตรงข้าม มันกลับทำให้แนวรับเดิมๆของเราเกิดความสับสนมากกว่าเกิดสมดุลย์

เซ็นเตอร์แบ็คคู่เล่นกับแบ๊คซ้ายขวา น่าจะเหมาะสมสุดในเวลานี้

ที่จะทำให้เซนเตอร์คู่กลางมีสมาธิกับการป้องกันศูนย์หน้าฝ่ายตรงข้ามยามที่คู่ต่อสู้เปิดเกมรุกด้านข้างสนาม

ผมนึกไม่ออกหรอกครับว่า คุณสมบัติของเซนเตอร์แบ๊คในแผนหลังสามคนมันต้องมีคุณสมบัติอย่างไร แต่มันไม่น่าจะเหมาะกับทรัพยากรนักเตะแผงหลังเราตอนนี้แน่นอน


มาถึงคู่มิดฟิลด์ตัวกลาง

ดูเหมือนว่าขุมกำลังที่ลงตัวของเราน่าจะเป็นคู่ของ ชไนเดอร์ลินกับกาน่า ที่น่าจะสอดรับการประสานงานในแดนกลางได้อย่างลงตัวที่สุดแล้ว

ถึงแม้ว่าฟอร์มของ ชไน จะดูเป๋ๆไป ก็น่าจะเป็นเรื่องของความฟิดมากกว่าอย่างอื่น

ส่วน โม เบสิส กับ เจมส์ แม็ค คงเป็นตัวสอดแทรก ยามที่เราต้องการจะพักตัวหลักอันเนื่องมาจากเกมที่น่าจะมากขึ้นของบอลถ้วย

ถ้าจะอัดผู้เล่นอย่าง แบร์รี่ ลงไปเล่นพร้อมกับคู่มิดฟิลด์เพิ่มขึ้นอีกละก็ มันจะทำให้เกิดการทับซ้อนตำแหน่งและสับสนเปล่าๆ

อันนี้ผมว่า อย่าไปเสียดายนักเตะครับ จัดไปตามตำแหน่งที่จะเล่นผมว่าดีที่สุด


แนวรุกอีก 4 ตำแหน่ง

ผมมองว่า รูน คือตัวเลือกในแนวรุกที่พร้อมที่สุดในตำแหน่งอิสระที่พร่้อมจะลงมาล้วงลูกเองหรือสอดขึ้นไปทำประตูดังที่แสดงให้เห็นในนัดเปิดสนามไปแล้ว

ส่วนอีกสามคน ผมเลือกที่จะใช้ ทอม เดวิส กับ เควิน มิไลราส ที่น่าจะเป็นลูกหาบของ รูน ในการขับเคลื่อนเกมบุก

อ้าว แล้วคลาเซ่นที่ซื้อมาแพงๆล่ะ จะเอาไปไว้ไหน?

สำรองไปก่อนครับ ดูเหมือนตำแหน่งจะทับกับ รูน ถ้าจะเอารูนไปเล่นเป็นตัวฟรีในแดนหน้า

เหมือนเดิมครับ อย่าไปเสียดาย บอลถ้วยเรามีหลายถ้วยให้แสดงฝีมือแน่นอน

แต่ถึงตรงนี้ คลาเซ่น ยังไม่ได้แสดงพิษสงอะไรมากนักให้กับแนวรุกของเรา

หน้าเป้าล่ะ อันนี้หนีไม่พ้นที่จะต้องใช้บริการของ โดมินิก สลับกันไปกับ รามิเรส

ตราบใดที่หน้าเป้าตัวใหม่ยังไม่ชูเสื้อ


แล้วถ้าได้ กิลฟี่ มาอีกล่ะ?

อันนี้มันก็คงต้องดูกันล่ะว่า กิลฟี่ จะเหมาะกับตำแหน่งไหนในแดนหน้า?

ได้มาแล้ว ก็อาจจะทับตำแหน่งกับ รูน อีกก็ได้

แต่ว่า ถ้านักเตะระดับค่าตัว 50 ล้านปอนด์ มันก็น่าจะมีพิษสงที่หลากหลายเล่นได้หลายมิติในแดนหน้านะถึงจะคุ้มค่าตัว



ก็หวังว่า คูมันน์ คงจะใช้เวลาอีกไม่นาน จูน นักเตะกับแท็คติกที่อยากจะให้เป็นโดยเร็วนะครับ

ที่ผมว่ามา มันก็แค่ความคิดเห็นส่วนตัว

ในสนามซ้อมมันอาจจะมีอะไรอีกมากมายที่ผมไม่รู้เรื่องกับเขาด้วย


แต่ที่ผ่านมาจนถึงนัดเจอกับ สโต๊ค คูมันน์ยังมีการบ้านให้ทำอีกเยอะ ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จมากกว่าปีที่แล้ว


ร่วมด้วยช่วยกันเชียร์นะครับ

ปีนี้เป็นปีที่น่าลุ้นมากกว่าปีไหนๆ
ตามหัวข้อเลยครับ


พี่น้องคิดว่า กระทบทีมเรามั๊ย?

มากน้อยแค่ไหน?

เชิญออกความคิดเห็น
คนที่เข้ามาคนล่าสุด


26 Apr 2018 - 12:19


18 Sep 2017 - 13:39


26 Jan 2016 - 18:46


22 Sep 2013 - 10:04


31 Jul 2013 - 19:45

คอมเมนต์
ไม่มีคอมเมนต์เพิ่มเติมจากสมาชิกคนอื่น punlop.

เพื่อน
ไม่มีรายการแสดงรายชื่อเพื่อนสนิท.
อ่านบอร์ดแบบไม่มีภาพ ชุดภาษาไทยจาก www.ipbsecret.com : 26th May 2019 - 20:39
IPS Driver Error

IPS Driver Error

There appears to be an error with the database.
You can try to refresh the page by clicking here